ในสภาพสังคมปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารถยนต์ได้กลายเป็นอีกหนึ่ง ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไปแล้ว และปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อหารถยนต์มาใช้งานก็คงจะหนีไม่พ้น เรื่องงบประมาณเนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นรถยนต์มือสองจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านงบ ประมาณเนื่องจากมีราคาย่อมเยากว่า แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการซื้อรถมือสองจะเป็นการทางเลือกที่คุ้มค่าจริง ในระยะยาวเนื่องจากหลายครั้งที่พบว่าผู้ซื้อรถมือสองกลับต้องเจอปัญหารถคัน ที่ได้มาไม่มีคุณภาพเพียงพอ บางรายซื้อรถมือสองมาแล้วกลับต้องนำมาซ่อมต่อจนบางครั้งค่าซ่อม ค่าแรง ค่าเปลี่ยนอะไหล่รวมแล้วเกือบจะซื้อรถใหม่ป้ายแดงได้ นั่นทำให้หลายคนกังวลจนไม่กล้าที่จะซื้อหารถมือสองมาใช้งาน
ในความเป็นจริงแล้วใช่ว่ารถมือสองทุกคันจะมีปัญหาดังกล่าวเพียงแต่ เราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกซื้อเพื่อให้ได้รถมือสองที่มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เราจ่ายออกไป บทความนี้จะช่วยแนะนำถึงขั้นตอนและวิธีการในการเลือกซื้อรถมือสองเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ซื้อมีความรู้เพียงพอที่จะไม่ถูกผู้ขายหลอกลวงหรือเอารัดเอา เปรียบและสามารถเลือกซื้อรถมือสองที่มีคุณภาพและความคุ้มค่าได้ด้วยตนเอง
ก่อนอื่นเราจะต้องตั้งโจทย์ในใจเราเองก่อนว่าเราต้องการใช้รถประเภทใด รุ่นใด ยี่ห้อใด และมีงบประมาณเท่าไหร่ คำตอบสำหรับโจทย์ข้อนี้ ผู้ซื้อรถแต่ละรายคงมีเหตุผลและองค์ประกอบพื้นฐานในการตัดสินใจที่แตกต่าง กัน สำหรับผู้ที่นิยมเปลี่ยนรถบ่อย ๆ อาจเลือกรถจากราคาขายต่อจึงสนใจเฉพาะรถยี่ห้อและรุ่นที่เป็นที่นิยมใช้กัน ทั่วไปซึ่งก็ต้องยอมรับว่าราคาค่างวดของรถประเภทนี้มักจะสูงกว่ารถรุ่นอื่น อยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อรถมาเพื่อใช้งานในระยะยาวตัวเลือกก็อาจจะมีมากขึ้น เนื่องจากรถยี่ห้อและรุ่นที่เป็นที่นิยมน้อยกว่าไม่ได้หมายความว่าคุณภาพจะ ด้อยกว่าเสมอไป และปรากฏอยู่บ่อยครั้งที่รถมือสองยี่ห้อและรุ่นที่มีผู้นิยมใช้น้อยกว่ากลับ มีความคุ้มค่าต่อราคามากกว่าเสียด้วยซ้ำ
แต่ทั้งหมดคงต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบพื้นฐานของผู้ซื้อซึ่งนอก จากเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในการใช้งาน คุณภาพของรถ ความนิยมในตลาด ค่าบำรุงรักษาและความชอบส่วนบุคคลแล้วองค์ประกอบหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องงบ ประมาณ ดังนั้นในขั้นตอนนี้ผู้ซื้อจึงควรหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ได้มากที่สุด อาจจะด้วยการหาอ่านบทวิจารณ์จากนิตยสาร การสอบถามจากผู้ที่ใช้รถรุ่นนั้นโดยตรงหรือหาข้อมูลจากเว็บบอร์ดของกลุ่มผู้ ใช้รถรุ่นนั้น ๆ เมื่อได้ข้อมูลมากพอค่อยนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการตัดสินใจด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้ได้คำตอบที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
ทุกวันนี้ผู้ที่กำลังมองหารถมือสองมาใช้งานมีช่องทางในการเลือกดูรถมาก ขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากผู้ซื้อจะหาดูรถมือสองได้ตามเต็นท์รถหรือนิตยสารรถมือสองที่มีอยู่ ทั่วไปแล้ว ยังมีอีกช่องทางการตลาดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมได้แก่การซื้อ-ขายรถมือสอง ผ่านทางเว็บไซต์
การหาซื้อรถตามเต็นท์รถมือสองทั่วไปทำให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสเห็นและ สัมผัสกับรถคันที่ตนสนใจช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นแต่ก็มีปัญหา เรื่องการเดินทางไปเลือกดูรถด้วยตนเองเนื่องจากอาจจะต้องตระเวนดูหลายที่ หลายแหล่งซึ่งผู้ซื้อบางคนอาจจะไม่สะดวกนัก ครั้นจะเลือกดูในขั้นต้นผ่านทางนิตยสารซื้อ-ขายรถมือสองที่วางขายตามแผง หนังสือทั่วไปบางครั้งข้อมูลในหนังสือเหล่านั้นก็ไม่อัพเดตด้วยความที่ นิตยสารจัดพิมพ์และวางจำหน่ายเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนซึ่งหลังจากที่ นิตยสารวางแผงแล้วข้อมูลรถที่จำหน่ายไปแล้วหรือมีผู้ประกาศขายใหม่ในช่วง นั้นจะได้รับการปรับปรุงอีกครั้งก็ต้องเป็นรอบการจัดพิมพ์ครั้งถัดไป ต่างจากการเลือกดูรถผ่านทางเว็บไซต์ซื้อ-ขายรถมือสองที่สามารถเข้าถึงกลุ่ม ผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างสะดวกรวดเร็วเพียงแค่ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์ เน็ตได้ก็สามารถเลือกดูรถได้ทุกที่ทุกเวลา
ด้วยความสะดวกนี้เองที่ทำให้กลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่ม ขึ้นมากทั้งผู้ที่ต้องการซื้อ ผู้ที่ลงประกาศขาย รวมไปถึงเต็นท์รถมือสองที่ปัจจุบันกำลังให้ความสนใจในการลงโฆษณากับสื่อประ เภทเว็บไซต์เป็นอย่างมาก และด้วยข้อดีของระบบเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการข้อมูลของตนได้ อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลรถมือสองในเว็บไซต์จึงมีเป็นจำนวนมากและมักจะได้รับการอัพเดตอยู่ตลอด เวลา การเลือกดูรถมือสองผ่านทางเว็บไซต์จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะอำนวยความ สะดวกให้กับผู้ซื้อในการเลือกดูรถที่ตนสนใจในเบื้องต้นก่อนที่จะไปดูรถจริง
หลังจากเลือกดูจนได้รถคันที่สนใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไปดูรถจริงเพื่อตรวจดูสภาพรถในเบื้องต้นโดยมีจุดที่ควรจะตรวจสอบดังนี้
- ตัวถังรถ เพื่อดูว่ารถคันนั้นเคยผ่านการชนมาหรือไม่ โดยจุดที่ต้องสังเกตุมีดังนี้
- ห้องเครื่องยนต์
- ช่วงล่าง
- ห้องโดยสาร
หลังจากผ่านการตรวจดูสภาพรถในเบื้องต้นแล้ว เราคงยังสรุปไม่ได้ว่ารถคันนั้นมีสภาพเช่นไรจนกว่าจะได้ทดลองขับขี่จริง โดยมีขั้นตอนในการตรวจสอบดังนี้
เล่มทะเบียนรถจะช่วยให้เราทราบถึงประวัติโดยละเอียดของรถคันนั้นว่าผ่านการ ใช้งานมาแล้วกี่ราย มีการเปลี่ยนสีหรือเครื่องยนต์หรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณา ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมาเพียงมือเดียวเพราะหากรถผ่าน มือมาแล้วหลายเจ้าของก็อาจเป็นได้ว่ารถคันนั้นเป็นคันที่มีปัญหาจึงเลือกที่ จะขายทิ้งกัน จากนั้นให้ดูสภาพของสมุดทะเบียนรถว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ หากมีจุดใดที่มีการแก้ไขจะต้องมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบกเซ็น กำกับไว้เสมอ
ในขั้นตอนนี้ให้ทำการต่อรองราคาทั้งค่ารถ ค่าโอน ค่ามัดจำ จนเป็นที่พอใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากนั้นให้จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดแล้วดำเนินการชำระเงินและโอน กรรมสิทธิ์ต่อไป
หลังจากโอนกรรมสิทธิ์และรับรถมาแล้ว ผู้ซื้อควรจะนำรถเข้าตรวจสภาพและซ่อมบำรุงโดยช่างผู้ชำนาญงานอีกครั้งเพื่อ ให้รถที่ได้มาอยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
