รู้จักน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องมีความสำคัญต่อความทนทานเครื่องยนต์ และยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย จึงจำเป็นต้องมีการเลือกและใช้อย่างมีเหมาะสม

จะเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับรถยนต์เราอย่างไร
สามารถตรวจดูเกรดและชนิดของน้ำมันที่เหมาะสมกับรถยนต์ได้จากคู่มือประจำรถของคุณเองได้

ของแพง ยี่ห้อดัง ดีเสมอไป ???
หลายคนซื้อน้ำมันเครื่องโดยเน้นเลือกยี่ห้อเดียวกับที่มีปั๊ม น้ำมัน หรือที่ฟังโฆษณาจนติดหู แต่เคยทราบจริงๆหรือไม่ ว่าน้ำมันเครื่องที่ดีต้องดูอะไรบ้าง

ดูเกรดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆที่หลายคนไม่เข้าใจ ดูง่ายๆจากข้างกระป๋อง

เกรดน้ำมันเครื่อง
สำหรับรถยนต์เบนซีนนั้นเกรดคุณภาพสูงสุด คือ API SM รองลงมาคือ SL, SJ, SH และ SG ตามลำดับ
สำหรับรถยนต์ดีเซลนั้นเกรดคุณภาพสูงสุด คือ CI-4 รองลงมาคือ CH-4 CG CF ตามลำดับ

ความหนืดของน้ำมันเครื่อง
ข้อมูลเกี่ยวกับความหนืดของน้ำมันเครื่องสามารถศึกษาได้จาก มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (Society of Automotive Engineers หรือ SAE) แห่งสหรัฐอเมริกา (www.sae.org) โดยดูที่ตัวเลขสองตัวสุดท้าย ตัวอย่างเช่น 30, 40 หรือ 50 และตรวจสอบว่าตรงกับตัวเลขที่ระบุไว้ในคู่มือรถยนต์หรือไม่ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องดูตัวเลขที่นำหน้าอักษร “W” เนื่องจากเป็นค่าความหนืดที่อุณหภูมิ 18°C ซึ่งเป็นค่าที่ไม่เหมาะสม กับภูมิอากาศของเมืองไทย

 

ประเภทเครื่องยนต์
Oil It มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่งบอกอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง โดยในปัจจุบันมีน้ำมันเครื่อง 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  • น้ำมันเครื่องทั่วไปที่ผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียม
  • น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ ทำจากน้ำมันพื้นฐานผสมกับน้ำมันสังเคราะห์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100 % ทำจากน้ำมันพื้นฐานที่สังเคราะห์จากน้ำมันปิโตรเลียม

น้ำมันเครื่องเกรดต่ำจะมีราคาถูกกว่าและปกป้องเครื่องยนต์ได้ไม่ดีเท่า ดังนั้น เจ้าของรถควรเลือกซื้อน้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพโดยจะต้องพิจารณาทั้งในส่วนของประเภทน้ำมันเครื่องและค่าความหนืด เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ภูมิอากาศ และสภาพการจราจรของเมืองไทย

 

เมื่อใดที่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง?
มาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (the American Petroleum Institute) ระบุไว้ว่าน้ำมันเครื่องระดับพรีเมี่ยมทุกชนิดสามารถใช้งานเป็นระยะทางได้ไกลถึง 10,000 กิโลเมตร แต่หากมีการขับขี่ยานพาหนะบนถนนที่มีการจราจรติดขัดหรือเต็มไปด้วยฝุ่น ระยะทางดังกล่าวก็จะลดลงเหลือประมาณ 8,000 – 9,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนเวลาอันควร ยังเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและเป็นการเพิ่มมลพิษในอากาศอีกด้วย

 

จริงหรือไม่ที่ควรเติมน้ำมันเครื่องให้ถึงระดับขีดสูงสุด?
หลายท่านเข้าใจว่า การเติมน้ำมันเครื่องควรเติมให้อยู่ที่ระดับขีดสูงสุด ทว่าในความเป็นจริงนั้น เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เป็นปกติอยู่แล้วเมื่อปริมาณน้ำมันอยู่ระหว่างขีดสูงสุดและขีดต่ำสุด เว้นแต่เป็นการการขับขึ้นหรือลงเนินซึ่งระดับน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ขีดสูงสุด เพราะผิวของน้ำมันไม่ได้เอียงได้ระดับกับขอบอ่างน้ำมันเครื่องตลอดเวลา

ดาวน์โหลดเชฟวี่ ทอล์คฉบับอื่นๆ ที่นี่!