การตรวจระบบเบรคแบบง่ายๆด้วยตัวเอง

ตรวจระดับน้ำมันเบรค

ถ้าง่ายที่สุดเลยก็สามารถดูได้จากไฟหน้าปัดที่จะแสดงเครื่องความผิดปกติของ ระบบเบรคหากระบบเบรคมีปัญหา หรือหากจะเอาให้แน่ใจกว่านั้น ก็ต้องมาตรวจดูระดับน้ำมันเบรคที่กระปุกน้ำมันเบรค
ขั้นแรกเลยต้องหากระปุกน้ำมันเบรคให้เจอก่อน ถ้าใครหาไม่เจอลองไปเอา สมุดคู่มือที่อยู่หน้ารถมาเปิดดูตำแหน่งของกระปุกน้ำมันเบรคกันก่อน

จากนั้นก็ลองตรวจดูที่กระปุกน้ำมันเบรคว่าระดับน้ำมัน เบรคลดลงไปหรือเปล่า ปกติน้ำมันเบรคจะลดลงน้อยมาก แต่หากน้ำมันเบรคพร่องลงไปก้อาจมีสาเหตุจากผ้าเบรคเริ่มหมด หรือหากผ้าเบรคยังไม่หมดแต่น้ำมันเบรคลดลงแสดงว่าระบบเบรคอาจมีการรั่วซึม แล้ว เบื้องต้นให้ทำการเติมน้ำมันเบรคให้อยู่เกือบถึงขีด MAX และรีบนำรถเข้ารับการตรวจเช็คระบบเบรคอย่างละเอียดในศูนย์บริการ

เตือนนิดนึงว่าระหว่างเติมน้ำมันเบรคต้องระวัง อย่าให้น้ำมันเบรคหกเลอะตัวถังและชิ้นส่วนอื่นๆเพราะน้ำมัน เบรคมีฤิทธิ์ในการกัดกร่อนได้ดีอาจทำให้รถสีด่างหรือหากทิ้งไว้นาน น้ำมันเบรคอาจกัดสีรถจนถึงเนื้อเหล็กได้เลย

นอกจากนั้นเนื่องจากน้ำมันเบรคดูดความชื้นจากอากาศภาย นอกได้ดีซึ่งจะทำให้คุณภาพของน้ำมันเบรคลดลงตามเวลา ละการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับลูกยางเบรคให้มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นด้วย ดังนั้น ผู้ใช้ควรทำการเปลี่ยนน้ำมันเบรคตามระยะเวลาหรือระยะทางที่ระบุไว้ในสมุดคู่ มือเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

เลือกน้ำมันเบรคแบบไหนดี?
โดยปกติน้ำมันเบรคโดยทั่วๆไปจะใช้ DOT3 หรือ DOT4 ลองเช็คดูได้จากสมุดคู่มือรถยนต์ดูหรือสอบถามได้จากศูนย์บริการทุกแห่ง

 

การตรวจเช็คผ้าเบรค
การตรวจเช็คผ้าเบรคเบื้องต้นทำได้ง่ายๆโดยการดูด้วยตาเปล่าโดยไม่ ต้องถอดล้อก็ได้ (ดิสก์เบรค) หรือหากขับรถไปแล้วมีเสียงดังที่ล้อบริเวณจานเบรคก็อาจเป็นสัญญาณว่าผ้าเบรค หมดแล้ว เนื่องจากผ้าเบรคในปัจจุบันจะมีการประกอบแผ่นเหล็กบางๆซึ่งจะสีกับจานเบรค ให้มีเสียงดัง เพื่อเตือนผู้ขับว่าผ้าเบรคหมดแล้ว ซึ่งหากได้ยินเสียงนี้หรือ เห็นว่าผ้าเบรคหมดแล้วก็ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนผ้าเบรคได้แล้ว เพราะการใช้งานต่อไปอาจทำให้เบรคไม่อยู่ และแผ่นโลหะของผ้าเบรคไปขูดจานเบรคจนเป็นรอยลึกได้ ซึ่งโดยปกติผ้าเบรคจะต้องเปลี่ยนเป็นคู่ เช่น คู่หน้า หรือคู่หลัง โดยควรเป็นผ้าเบรคเนื้อเดียวกัน โดยหากนำรถเข้าศูนย์บริการมาตรฐาน ก็สามารถแจ้งรุ่นให้พนักงานทราบได้เลย แต่หากใช้บริการตามอู่ข้างนอกอาจจะต้องระวังเรื่องคุณภาพอะไหล่ และอะไหล่ผิดรุ่นให้ดีเพราะอาจทำให้ระบบเบรคมีปัญหาต่อเนื่องตามมาได้

 

อย่าเพิ่งซิ่งหลังเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่
ในการเปลี่ยนผ้าเบรคช่างจะตรวจเช็คความสึกหรอของจานเบรคเพื่อทำการ เจียหน้าจานเบรคให้เรียบก่อนติดตั้งผ้าเบรคเพื่อให้หน้าจานเบรคกับผ้าเบรค จับกันได้สนิท หลังจากการเปลี่ยนผ้าเบรคแล้วควรทำการขับรถช้าๆ และย้ำเบรคเบาๆ จนถึงปานกลาง ค้างไว้สักพักประมาณ 20 – 30 ครั้ง ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติแล้วแต่อย่าไปกระแทกเบรคแรงๆเพราะ รถอาจเสียการทรงตัวและเบรคอาจจะไหม้ได้

 

ระยะการบำรุงรักษาระบบเบรค
ผ้าเบรคและน้ำมันเบรคต่างมีอายุการใช้งานแตกต่างกันไป โดยปกติน้ำมันเบรคควรจะต้องทำการเปลี่ยนทั้งระบบ ในระยะ 30,000 กม. หรือ 1.5 ปี ส่วนผ้าเบรคนั้นคงต้องแล้วแต่การขับขี่ของแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจว่าน้ำมันเบรคหรือ ผ้าเบรคต้องมีการเปลี่ยนหรือยังก็สามารถนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการเชฟโรเลตที่ให้บริการ GoFast Express Service ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ดาวน์โหลดเชฟวี่ ทอล์คฉบับอื่นๆ ที่นี่!