7 ส.ค. 2008

เชฟโรเลต อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล (Chevrolet Equinox Fuel Cell) โดดเด่นสะดุดตาด้วยปลายท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง 4 ท่อ ไม่มีควันไอเสีย มีแต่เพียงหยดน้ำบริสุทธิ์ จึงทำให้ เชฟโรเลต อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล เป็นรถที่ไม่มีมลพิษ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปัจจุบันได้มีการนำ อีควิน็อซ์ ฟิวเซล กว่า 100 คัน มาทดสอบการใช้งานจริงแล้วตามเมืองใหญ่ๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป และเอเชีย
หลายๆ คนอาจวาดภาพไว้ว่า รถพลังงานไฟฟ้าคันใหญ่ขนาดนี้อาจจะวิ่งได้ไม่เร็ว คงจะเหมือนกับรถแบตเตอรีตามสนามกอล์ฟ แต่ในความเป็นจริง ระบบฟิวเซลของอีควิน็อกซ์มีกำลังสูงสุดถึง 125 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด ถึง 320 นิวตันเมตร มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 160 กม./ชม. ความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 12 วินาที เท่านั้น แม้จะมีน้ำหนักตัวมากถึง 2,010 กิโลกรัม น้ำหนักรถที่มากระดับ 2 ตัน ทำให้หลายคนกำลังจินตนาการไปว่ามันคงจะกินน้ำมันมากอย่างแน่นอน โดยอาจลืมไปว่ามันไม่ได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ แม้แต่หยดเดียว
อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล ใช้พลังงานก๊าซไฮโดรเจน ที่จะทำปฎิกิริยาเคมีกับอ๊อกซิเจน ในแผงฟิวเซล (Fuel Cell) หรือ เซลเชื้อเพลิงจำนวนหลายร้อยเซลมาวางเรียงซ้อนกันในกล่องที่เรียกว่า “ฟิวเซล สแต็ค” (Fuel Cell Stack) ซึ่งด้านหนึ่งจะมีท่อสำหรับส่งก๊าซไฮโดรเจนมาที่ ฟิวเซล สแต็ค และอีกด้านหนึ่งจะมีท่อส่งอากาศ หรืออ๊อกซิเจน เข้ามาทำปฎิกิริยาทางเคมีให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้ทำงานพร้อมๆ เพื่อขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้านี้สามารถขับเคลื่อนด้วยกำลังสูงต่อเนื่องที่ 98 แรงม้า และมีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 126 แรงม้า
ใต้เบาะโดยสารด้าน หลัง เป็นถังบรรจุก๊าซไฮโดรเจนจำนวน 3 ถัง ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทนแรงดันก๊าซได้ในระดับ 700 บาร์ (728 กก./ตารางเซ็นติเมตร) บรรจุก๊าซไฮโดรเจนได้ที่ปริมาณ ถังละ 4.2 กิโลกรัม เท่ากับว่า 3 ถังบรรจุไฮโดรเจนได้ที่เพียง 12.6 กิโลกรัม แต่ อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางมากถึง 320 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น จากปริมาณไฮโดรเจน 3 ถัง
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ยังมี แผงแบตเตอรี่กำลัง 35 กิโลวัตต์ เป็นตัวเก็บสะสมพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย นั่นจึงทำให้ อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล อาจวิ่งได้ในระยะทางที่มากกว่า 320 กิโลเมตร เพราะเป็นระบบแบตเตอรี่ที่ทำงานเหมือนกับรถยนต์ไฮบริดและสามารถชาร์จไฟกลับ มาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในขณะวิ่ง หรือขณะที่เหยียบเบรค ดังนั้น ยิ่งวิ่งมากเท่าไร ก็จะมีไฟฟ้าเข้าไปสะสมอยู่ในแบตเตอรี่มากขึ้น นอกจากนี้ อีควิน็อกซ์ สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลกว่าเดิมจากพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแบตเตอรี่ นอกเหนือจากไฮโดรเจน จึงทำให้บางครั้ง รถยนต์ฟิวเซล ถูกเรียกว่า “เอฟซีเอชวี” (FCHV: Fuel Cell Hybrid Vehicle) หรือ รถยนต์ไฮบริดฟิวเซล เพราะได้พลังงานไฟฟ้าจากทั้ง ไฮโดรเจน และแบตเตอรี
ความ พิเศษของ อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล คือ แรงบิดมหาศาลตลอดทุกช่วงความเร็ว เพราะขับเคลื่อนด้วยแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ตลอดเวลา ทำให้เส้นกราฟแสดงแรงบิดของ อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล เป็นเส้นตรง เพราะไม่มีช่วงแรงบิดต่ำ และจากการเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีการสันดาปภายในเครื่องยนต์ระหว่างน้ำมันกับอ๊อกซิเจน มีแต่การทำปฏิกิริยาเคมีระหว่าง ไฮโดรเจน กับ อ๊อกซิเจน ที่แผงฟิวเซล ส่วนที่เหลือจากการทำปฎิกิริยาจึงมีเพียงหยดน้ำบริสุทธิ์ที่หยดผ่านออกมาทาง ปลายท่อ โดยไม่มีเขม่าควันไอเสียใดๆ
อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล ยังถูกออกแบบมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Onstar ระบบนำทางด้วยดาวเทียมแบบสื่อสาร 2 ทาง อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งเบาะคนขับปรับระดับ เบาะปรับอุณหภูมิ กระจกไฟฟ้า คอมพิวเตอร์แสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบ keyless entry พร้อมด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และถุงลมนิรภัยระดับศีรษะ ระบบเบรค ABS ระบบควบคุมการทรงตัว เป็นต้น ซึ่งทำให้ อีควิน็อกซ์ ฟิวเซล เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ ปราศจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ปลอดมลพิษอย่างสิ้นเชิง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน
