ย้อนกลับ
ถัดไป
    Chevrolet and Manchester United
    One World Futbol Project

จีเอ็ม ประเทศไทยได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์
ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม

  • สายการผลิตรถกระบะในระยองของจีเอ็มลดการใช้พลังงานลง 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 7,983 เมตริกตัน
  • ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ระยองเป็นหนึ่งใน 14 ศูนย์การผลิตของจีเอ็มทั่วโลกที่ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม
  • ปัจจุบัน จีเอ็มมีศูนย์การผลิตรวมทั้งหมด 70 แห่งที่ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์ ซึ่งมากกว่าบริษัทอื่นทั่วโลก

กรุงเทพฯ – โรงประกอบทั่วไปในสายการผลิตรถกระบะของเจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง ซึ่งผลิตรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโดและรถเอสยูวีเทรลเบลเซอร์ เป็นหนึ่งใน 14 ศูนย์การผลิตของ
จีเอ็มทั่วโลกที่ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม (ENERGY STAR® Challenge for Industry) ของหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) โดยสามารถการใช้พลังงานในการปฏิบัติงานประจำวันลง 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 7,983 เมตริกตัน

เพื่อให้ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว ศูนย์การผลิตต้องลดการใช้พลังงานลงให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปีหรือน้อยกว่า ซึ่งศูนย์การผลิตจีเอ็ม ระยองสามารถลดการใช้พลังงานจนได้รับรองมาตรฐานสองปีติดต่อกัน

“ศูนย์การผลิตจีเอ็มในระยองและทั่วโลกให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงาน” เชาวฤทธิ์ บุญผ่องศรี ผู้จัดการฝ่ายพลังงานและสาธารณูปโภค “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจเป็นแรงผลักดันในการปฏิบัติงานที่ศูนย์การผลิตของเราในทุกวัน”

ศูนย์การผลิตจีเอ็มในระยองดำเนินกิจกรรมและมีมาตรการประหยัดพลังงานมากมายที่ช่วยส่งเสริมให้ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว อาทิ

  • ปรับปรุงระบบอากาศอัดในโรงประกอบตัวถังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ปรับการเริ่มใช้เครื่องมือในโรงพ่นสีให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการผลิตจริง
  • ติดตั้งระบบปิดการทำงานของเครื่องมือในโรงประกอบทั่วไปโดยอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน
  • ลดแรงอากาศอัดในโรงสาธารณูปโภคในช่วงสุดสัปดาห์
  • ควบคุมการใช้พลังงานของอุปกรณ์สำคัญในโรงสาธารณูปโภค
  • ดำเนินการตรวจสอบพลังงานอย่างสม่ำเสมอในช่วงสุดสัปดาห์
  • ติดตั้งระบบไฟแอลอีดีในบริเวณพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสีรถ
  • ติดตั้งช่องแสงเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

มาตรการเหล่านี้และการดำเนินการด้านอื่นๆ ของศูนย์การผลิตจีเอ็มทั่วโลกช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงานได้ถึง 33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“พนักงานของเรามีความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อลูกค้าของเราและชุมชนทั่วโลก” จิม เดอลูก้า รองประธานบริหารฝ่ายการผลิตระดับโกลเบิลของ
จีเอ็มกล่าว “พนักงานไม่เพียงช่วยสนับสนุนมาตรการเพื่อความประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่พวกเขายังกระตือรือร้นที่จะนำเสนอแนวคิดใหม่มากมายที่ช่วยให้เราสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

สำหรับศูนย์การผลิตของจีเอ็ม 14 แห่งที่ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์มีดังนี้ (* ได้รับการรับรองหลายครั้ง)

  • โรงประกอบทั่วไป สายการผลิตรถกระบะ (ประเทศไทย)*
  • โรงประกอบทั่วไป Boryeong 1 (เกาหลีใต้)
  • โรงงานผลิตเครื่องยนต์ Bupyeong 2 (เกาหลีใต้)
  • โรงงานผลิตเครื่องยนต์ Jinqiao (จีน) *
  • โรงหล่อ Dongyue (จีน)
  • โรงงานผลิตเครื่องยนต์ Qingdao (จีน) *
  • โรงประกอบทั่วไป Qingdao (จีน)
  • โรงประกอบทั่วไป Norsom 2 (จีน) *
  • โรงประกอบทั่วไป Bowling Green (เคนตั๊กกี้) *
  • โรงปั๊มขึ้นรูป Pontiac (มิชิแกน) *
  • โรงงานผลิตเครื่องยนต์ Bay City (มิชิแกน)
  • โรงงานระบบส่งกำลัง Warren (มิชิแกน)
  • โรงงานระบบส่งกำลัง Silao (เม็กซิโก) *
  • โรงประกอบทั่วไป Gravatai (บราซิล)

ปัจจุบัน จีเอ็มมีศูนย์การผลิตรวมทั้งหมด 70 แห่งที่ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ ชาลเลนจ์ ซึ่งมากกว่าบริษัทอื่นทั่วโลก สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 220,000 เมตริกตันหรือเทียบเท่ากับประโยชน์ของแก๊สเรือนกระจกของต้นกล้า 5 ล้านต้นที่เติบโตเป็นระยะเวลา 10 ปี

ความมุ่งมั่นของศูนย์การผลิตจีเอ็ม ระยองในการลดพลังงานและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่พนักงานจีเอ็มทั่วโลกรับผิดชอบร่วมกัน จีเอ็มกำหนดเป้าหมายลดการใช้พลังงานและความเข้มข้นของคาร์บอนภายในศูนย์การผลิตลง 20 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งปัจจุบันจีเอ็มใกล้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ขณะเดียวกัน จีเอ็มยังได้รับรางวัลพันธมิตรเอเนอร์จี้ สตาร์ยอดเยี่ยมแห่งปีหลายครั้ง (ENERGY STAR Partner of the Year-Sustained Excellence) ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้แก่การจัดการพลังงานในองค์กรดีเด่น