ย้อนกลับ
ถัดไป
    Chevrolet and Manchester United
    One World Futbol Project

เชฟโรเลตเตรียมอวดโฉม ชาพาร์ราล วิชั่น แกรนทัวริสโม คอนเซ็ปต์

รถแข่งต้นแบบขุมพลังเชฟวี่ ฉีกกรอบดีไซน์มอเตอร์สปอร์ต

ดีทรอยท์ – เมื่อสองนักแข่ง จิม ฮอลล์ และแฮ็พ ชาร์ป ร่วมกันก่อตั้งชาร์พาร์ราล คาร์ส (Chaparral Cars) ในปีค.ศ. 1962 มีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่าพวกเขาจะสามารถเขย่าวงการรถแข่งและพลิกโฉมโลกมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างยิ่งใหญ่

ด้วยการบุกเบิกวิธีพัฒนาหลักอากาศพลศาสตร์และเทคโนโลยีทางอวกาศรูปแบบใหม่พร้อมผนึกกำลังกับฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเชฟโรเลต ชาร์พาร์ราล คาร์ส มีความก้าวล้ำในด้านวิทยาศาสตร์ของรถแข่งโดยสามารถเบียดเอาชนะรถแข่งของบริษัทที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกได้ด้วยขุมพลังของเชฟโรเลต

จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือ แรงบันดาลใจในการพัฒนารถแข่งต้นแบบเชฟโรเลต ชาร์พาร์ราล 2เอ็กซ์ วีจีที (Chevrolet Chaparral 2X VGT) ที่ผลิตขึ้นในโครงการวิชั่น แกรนทัวริสโม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 15 ปีเกมแกรนทัวริสโมของเพลย์สเตชั่น ซึ่งมีการเชิญบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายรายให้ร่วมนำเสนอการออกแบบยานยนต์แห่งโลกอนาคต รถแข่งต้นแบบของเชฟโรเลตคันนี้เตรียมเผยโฉมครั้งแรกที่งานลอสแองเจลิส ออโต้โชว์ ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ และคอเกมจะได้ขับ ชาร์พาร์ราล 2เอ็กซ์ วีจีที ด้วยการดาวน์โหลดผ่านเกมแกรนทัวริสโม 6 ในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี

“จิม ฮอลล์ และชาร์พาร์ราล ได้ผสมผสานศิลปะของรถแข่งเข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันไปตลอดกาลและจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองหลักอากาศพลศาสตร์และวัสดุที่มีความแปลกใหม่” มร. มาร์ก รอยส์ รองประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดซื้อและการจัดการสินค้าคงคลังระดับโลกของจีเอ็มกล่าว “รถแข่งของเขาเป็นเหมือนโครงการฟิสิกส์บนยานพาหนะสี่ล้อที่พิสูจน์ให้เห็นถึงนวัตกรรมที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ของเชฟโรเลตที่สามารถขับเคลื่อนสู่ชัยชนะได้”

ศูนย์การออกแบบอันก้าวล้ำของจีเอ็ม (GM’s Advanced Design Studio) สร้างสรรค์รถต้นแบบเชฟโรเลต ชาร์พาร์ราล 2เอ็กซ์ วีจีที ด้วยการใช้ข้อมูลจากจิม ฮอลล์

“รถต้นแบบคันนี้จะเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบของเราเมื่อพวกเขามีความคิดอิสระและไร้ข้อจำกัด” มร. เอ็ด เวลเบิร์ก รองประธานฝ่ายออกแบบระดับโลกของจีเอ็มกล่าว “ถือเป็นรถแห่งจินตนาการที่ดึงดูดทุกสายตาอย่างแท้จริง”

ชาร์พาร์ราลรุ่นแรกเป็นรถแข่งแบบดั้งเดิมที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้า ผลิตโดยดิค เทราท์แมน และทอม บาร์นส์ ในปีค.ศ. 1961 ขณะที่ในปีค.ศ. 1962 จิม ฮอลล์ และแฮ็พ ชาร์ป ซึ่งซื้อหนึ่งในรถแข่งชาร์พาร์ราลรุ่นแรกได้ก่อตั้งชาร์พาร์ราล คาร์ส ก่อนที่จะเริ่มออกแบบและผลิต
ชาร์พาร์ราล 2 รถเครื่องยนต์ วางกลางลำแชสซีส์กึ่งโมโนค็อกไฟเบอร์กลาสซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีอวกาศ รถแข่งรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์วี 8 ขนาดเล็กของเชฟโรเลต ความจุ 5.4 ลิตร ก่อนที่จะประกอบเข้ากับชุดเพลาส่งกำลังทอร์ก-คอนเวอร์เตอร์สุดยอดนวัตกรรมในภายหลัง

ในการแข่งขันครั้งแรกที่ริเวอร์ไซด์ในปีค.ศ. 1963 ฮอลล์ขับชาร์พาร์ราล 2 เข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบจับเวลาและสามารถสร้างสถิติสนามใหม่ได้ในปีค.ศ. 1964 เขาคว้าชัยชนะการแข่งขันยูเอสอาร์อาร์ซี (United States Road Racing Championship) และในปีค.ศ. 1965 รถแข่งชาร์พาร์ราล 2 ประสบความสำเร็จสูงสุดในสนามแข่งขันด้วยการคว้าชัยชนะการแข่งขัน 12 ชั่วโมงที่สนาม
เซบริงเหนือกว่าอีกหลายทีมแข่งระดับโลกที่เคยครองความยิ่งใหญ่มายาวนาน

ชาร์พาร์ราล คาร์ส จับมือเป็นพันธมิตรกับฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเชฟโรเลตเพื่อพัฒนาวัสดุและขั้นตอนการผลิตที่ฮอลล์เป็นผู้บุกเบิกซึ่งรวมถึงแชสซีส์โมโนค็อกที่ทำจากวัสดุคอมโพสิท ระบบเครื่องยนต์อัลลอยน้ำหนักเบา ระบบเกียร์อัตโนมัติอันก้าวหน้าสำหรับการแข่งขัน และระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยืดหยุ่น นอกจากนี้การร่วมมือกันดังกล่าวมยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการรวบรวมข้อมูลของตัวรถที่ล้ำสมัยอีกด้วย

ในปีค.ศ. 1966 ชาร์พาร์ราลแนะนำรถแข่ง 2อี (2E) สำหรับการแข่งขันแคน-แอม ซีรีส์ ซึ่งมาพร้อมกับปีกสปอยเลอร์ขนาดใหญ่เพื่อสร้างแรงกด ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาหลักอากาศพลศาสตร์สำหรับรถแข่งเพราะสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 108 กก. ที่ความเร็ว 160 กม./ชม. ฟิล ฮิลล์ และฮอลล์จบการแข่งขันที่อันดับหนึ่งและสองในปีนั้นที่สนามลากูน่า เซกา โดยในปีถัดมาชาร์พาร์ราล 2เอฟ (2F) รถคูเป้ปีกสูงถูกสร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เอนดูแรนซ์ ทำความเร็วต่อรอบได้ดีที่สุดใน 5 เรซจากทั้งหมด 8 เรซในฤดูกาลดังกล่าว

ความมุ่งมั่นของฮอลล์ในการสร้างแรงกดเพื่อเสริมสมรรถนะซึ่งช่วยให้รถแข่งทะยานเข้าและออกโค้งได้เร็วยิ่งขึ้นและสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางตรงได้บรรลุความสำเร็จขั้นสูงสุดในปี ค.ศ. 1970 ด้วยการแนะนำรถแข่งชาร์พาร์ราล 2เจ (2J) นอกจากการวางเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ V8 ของเชฟโรเลตแล้วรถแข่งคันนี้ยังมีมอเตอร์แยกส่วนทำหน้าที่ปั่นพัดลมคู่เพื่อลำเลียงอากาศใต้ท้องรถซึ่งช่วยดูดอากาศเพื่อสร้างแรงกดได้

ระบบสร้างแรงกดด้วยการใช้พัดลมของชาร์พาร์ราล 2เจ ได้รับเสียงชื่นชมในด้านประสิทธิภาพและทำให้เกิดการโต้เถียงไปพร้อมกัน
ชาร์พาร์ราล 2เจ สามารถคว้าตำแหน่งผู้นำในการทดสอบจับเวลาได้สามเรซจากทั้งหมดสี่เรซก่อนที่พัดลมมอเตอร์จะถูกห้ามใช้ในการแข่งขันในภายหลัง

ฮอลล์และชาร์พาร์ราลร่วมแข่งขันกันตลอดช่วงทศวรรษที่ค.ศ. 1970 รวมถึงการแข่งขันทรานส์-แอม ซีรีส์ ฤดูกาล 1970 ซึ่งฮอลล์ขับรถแข่งคามาโร Z28 ที่ปรับแต่งโดยชาร์พาร์ราล นอกจากนี้บริษัทยังสามารถคว้าชัยชนะการแข่งขันอินเดียนาโปลิส 500 ในปีค.ศ. 1978 ด้วยรถแข่งโลล่าที่ปรับแต่งโดยชาร์พาร์ราลและขับโดยอัล อันเซอร์ ซีเนียร์ ขณะที่ในปีค.ศ. 1979 ชาร์พาร์ราลสร้างรถแข่งอินดี้คาร์ชื่อว่า 2เค ซึ่งช่วยให้นักแข่งจอห์นนี่ รัทเธอร์ฟอร์ด คว้าแชมป์อินเดียนาโปลิส 500 ในปีค.ศ. 1980 รวมถึงการแข่งขันยูเอสเอซีและคาร์ท ซีรีส์ ในปีเดียวกัน

ปัจจุบัน รถแข่งชาร์พาร์ราล 2 2ดี 2อี 2เอฟ 2เอช 2เจ และ 2เค จัดแสดงอยู่ในชาร์พาร์ราลแกลลอรี่ของพิพิธภัณฑ์เพอร์เมียน เบซิน
ปีโตรเลียม ในเมืองมิดแลนด์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา