Chevrolet and Manchester United
    One World Futbol Project

จีเอ็มเผยแผนกลยุทธ์

มิลฟอร์ด รัฐมิชิแกน – แมรี่ บาร์ร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจนเนอรัล มอเตอร์ส พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง เปิดเผยแผนกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในการประชุมกลุ่มนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทางการเงินซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบสมรรถนะของจีเอ็มในเมืองมิลฟอร์ด รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

“ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ทีมผู้บริหารชุดนี้ได้ทำงานร่วมกัน เราได้ใช้เวลาอันสำคัญยิ่งในการกำหนดเป้าหมายของเราเพื่ออนาคตของจีเอ็มและพัฒนาแผนการดำเนินงานอย่างเฉพาะเจาะจง” บาร์ร่ากล่าว “แผนกลยุทธ์ของเราเป็นหนทางสู่การเพิ่มลูกค้าอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน การเข้าถึงลูกค้าในทุกช่องทางถือเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

แผนกลยุทธ์ของจีเอ็มประกอบด้วยแนวคิดริเริ่มที่สำคัญหลายประการซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยเพิ่มผลกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหลังการปรับปรุง (EBIT-adjusted) ที่ 9 – 10 เปอร์เซ็นต์ภายในช่วงต้นทศวรรษหน้า

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ดึงดูดใจลูกค้า: ในปีพ.ศ. 2558 คาดว่ายอดขายประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ของจีเอ็มทั่วโลกจะมาจากผลิตภัณฑ์ใหม่หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับโฉมภายในอีก 18 เดือน ตัวเลขยอดขายดังกล่าวคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2559 – 2560 และเพิ่มเป็น 47 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2562

ในช่วงเวลาดังกล่าวจีเอ็มได้วางแผนติดตั้งระบบ 4G LTE เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงภายในรถครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับเริ่มแนะนำระบบการสื่อสารระหว่างยานยนต์ (Vehicle-to-Vehicle) ในคาดิลแลค ซีทีเอส รุ่นปี 2017 และเปิดตัวเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติที่มีชื่อว่า ซูเปอร์ครูส (Super Cruise) ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะการขับขี่อัตโนมัติบนถนนทางไกล

นอกจากนี้จีเอ็มยังได้มีการพัฒนานวัตกรรมโครงสร้างตัวถังวัสดุผสม (Mixed Material Body Structure) ซึ่งใช้เทคโนโลยีการเชื่อมลิขสิทธิ์เฉพาะของจีเอ็มโดยมีการผสมผสานการปั๊มขึ้นรูปเหล็กและอลูมิเนียมเข้าไว้ด้วยกัน มีการหล่อและอัดรีดขึ้นรูปเพื่อการผลิตชิ้นส่วนน้ำหนักเบา ลดจำนวนชิ้นส่วนลง 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการพัฒนาการต้านทานต่อแรงบิดตัวที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกันและลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนได้อย่างเหนือชั้น

สร้างการเติบโตให้แบรนด์คาดิลแลค: จีเอ็มกำลังยกระดับแบรนด์ชั้นนำอย่างคาดิลแลคให้เป็นหน่วยธุรกิจที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กเพื่อแสวงหาโอกาสการเติบโตในตลาดรถระดับพรีเมียมด้วยความชัดเจนและมุ่งมั่น คาดิลแลคจะเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นในอเมริกาเหนือในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งรวมถึงรุ่นซีที 6 ที่เพิ่งประกาศชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้า
คาดิลแลคยังมีแผนการแนะนำรถใหม่ 9 รุ่นสู่ประเทศจีนซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็นตลาดรถพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกในทศวรรษนี้

สร้างการเติบโตในประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง: ธุรกิจร่วมทุนของจีเอ็มในประเทศจีนมีแผนการลงทุน 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 – 2561 เพื่อเปิดศูนย์การผลิตยานยนต์ใหม่ห้าแห่งและสนับสนุนยอดขายรถจำนวนเกือบ 5 ล้านคันต่อปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจีเอ็ม คาดว่าจะมีการเปิดตัวรถใหม่หรือปรับโฉมทั้งหมด 60 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถเอสยูวีใหม่ 9 รุ่น

ส่งเสริมจีเอ็ม ไฟแนนเชียล ให้เติบโตต่อเนื่อง: จีเอ็ม ไฟแนนเชียล ซึ่งมีสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 8,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2553 เพิ่มเป็น 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน จะเดินหน้าลงทุนเพื่อสนับสนุนการขายรถยนต์ รถกระบะ และรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ของจีเอ็มทั่วโลก จีเอ็ม ไฟแนนเชียล สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าของจีเอ็มได้อย่างก้าวกระโดดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อเมริกาใต้ และยุโรป จีเอ็ม ไฟแนนเชียล วางแผนจะเปิดตลาดประเทศจีนภายในช่วงสิ้นปีนี้

ส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานหลักขององค์กร: กลยุทธ์ของจีเอ็มในการพัฒนาความสัมพันธ์กับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน เพิ่มยอดขายทั่วโลกด้วยโครงสร้างที่น้อยลง และลดต้นทุนองค์กรด้านวัตถุดิบและการขนส่งนั้น คาดว่าจะช่วยส่งเสริมกำไรผันแปรให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงในอนาคต ได้แก่ โอเปิล/วอกซ์ฮอลล์ คอร์ซา และแอสตร้าในยุโรป รวมถึงเชฟโรเลต ครูซ และมาลิบูในอเมริกาเหนือ ภายในปีพ.ศ. 2563 จีเอ็มคาดว่ารถที่ผลิตทั่วโลกประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์จะถูกพัฒนาขึ้นบนโครงสร้างหลักนี้

เป้าหมายทางการเงินในช่วงกลางทศวรรษ

พร้อมกันนี้ระหว่างการประชุมจีเอ็มยังยืนยันเป้าหมายทางการเงินในระยะสั้นที่เคยประกาศไว้
ก่อนหน้านี้ ได้แก่

  • ในอเมริกาเหนือ จีเอ็มวางเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหลังการปรับปรุงไว้ที่
    10 เปอร์เซ็นต์ภายในปีพ.ศ. 2559
  • ในยุโรป จีเอ็มวางเป้าหมายกลับคืนสู่การสร้างผลกำไรในปีพ.ศ. 2559
  • ในประเทศจีน จีเอ็มวางเป้าหมายว่าธุรกิจร่วมทุนจะรักษาผลกำไรสุทธิไว้ที่ 9 – 10 เปอร์เซ็นต์
  • ในอเมริกาใต้ การปฏิบัติงานหลักของจีเอ็มจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการจัดการวัตถุดิบ
  • จีเอ็มเดินหน้าจัดการความท้าทายในกลุ่มอินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ ที่อยู่นอกประเทศจีน ทั้งกลยุทธ์แบรนด์ โครงสร้างต้นทุน และการจัดหาชิ้นส่วน เพื่อกลับคืนสู่การสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน

จีเอ็มมีความมุ่งมั่นในการคืนกระแสเงินสดส่วนเกินให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยการจ่ายเงินปันผลที่มีการเติบโต และแข็งแกร่งบนพื้นฐานของผลประกอบการทางการเงินของบริษัทฯ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับจีเอ็ม
เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี (NYSE:GM, TSX: GMM) และพันธมิตรทางธุรกิจทำการผลิตรถใน 30 ประเทศ และเป็นบริษัทชั้นนำที่ทำตลาดยานยนต์ในหลายประเทศทั่วโลก แบรนด์รถยนต์ในเครือจีเอ็มประกอบด้วยเชฟโรเลต คาดิลแลค เป่าจุน บูอิค จีเอ็มซี โฮลเด้น อีซูซุ เจียฟาง โอเปิล วอกซ์ฮอลล์ และวูหลิง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทในเครือซึ่งรวมถึงออนสตาร์บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลความปลอดภัยผ่านดาวเทียม สามารถคลิกเข้าชมได้ที่ http://www.gm.com

สำหรับข้อมูลหรือรูปภาพเพิ่มเติม www.media.gm.com, www.chevrolet.co.th หรือ www.facebook.com/chevyclub

สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ทอม เฮนเดอร์สัน
ฝ่ายการสื่อสาร จีเอ็ม ไฟแนนซ์
313-410-2704
tom.e.henderson@gm.com

สำหรับนักลงทุน กรุณาติดต่อ:
แรนดี้ อาริคซ์
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ จีเอ็ม
313-667-0006
randy.c.arickx@gm.com