Chevrolet Puts Air-Con
    Chevrolet and Manchester United
    One World Futbol Project

เชฟโรเลตทดสอบระบบแอร์ภายใต้อากาศร้อนจัด
เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้โดยสาร

  • เชฟโรเลต แคปติวา มาพร้อมระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าสามารถเลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระ
  • ระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบแอร์ ประหยัดเชื้อเพลิง และลดก๊าซเรือนกระจก
  • ระบบแอร์ที่ใช้ในรถเชฟโรเลตหลายรุ่นถูกทดสอบภายใต้สภาพอากาศร้อนจัด เพื่อสร้าง ความมั่นใจในระบบแอร์ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

Chevrolet Puts Air-Con

กรุงเทพฯ – เมื่อจอดรถอยู่ในแสงแดดร้อนเป็นเวลานาน อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนเพียงพอต่อการทอดไข่ให้สุกได้ แต่เจ้าของรถเชฟโรเลตไม่ต้องทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนระอุ เพราะรถเชฟโรเลตมาพร้อมระบบแอร์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อลดอุณหภูมิลงได้ถึง 45 องศา ภายในเวลาเพียง 10 นาที รวดเร็วกว่ารถคู่แข่งหลายยี่ห้อ

เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นปี 2014 ที่เปิดให้จองแล้วและเตรียมส่งมอบทั่วประเทศภายในเดือนมิถุนายนนี้ มาพร้อมระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซนที่เอื้อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าสามารถเลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระ คุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิอาจพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

ลูกค้าเชฟโรเลตสามารถสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายและผ่อนคลายได้แม้ในวันที่มีอากาศร้อนที่สุด ในรอบปี เพราะฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโกลเบิลของเจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors Global Product Development) ได้ทำการทดสอบระบบแอร์ท่ามกลางอุณหภูมิภายนอกที่สูงถึง 50 องศาเซลเซียส

“การทดสอบภายใต้ความร้อนสูงทำให้เรามั่นใจได้ว่าลูกค้าเชฟโรเลตที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีอากาศร้อน อย่างกรุงเทพฯ มุมไบ และอริโซน่า จะสามารถใช้งานระบบแอร์ได้อย่างเต็มที่ทุกครั้งที่เปิดสวิทช์” คุณปฏิภาณ ดิลกสัมพันธ์ วิศวกรฝ่ายพัฒนาอุณหภูมิห้องโดยสารจากศูนย์การผลิตยานยนต์จีเอ็ม ระยอง กล่าว

โดยทั่วไปแล้วการทดสอบอุณหภูมิของระบบแอร์จะต้องมีการทดสอบขับรถบนระยะทางหลายพันกิโลเมตรทั้งในการใช้งานจริงและในสภาพแวดล้อมจำลอง วิศวกรได้ทำการทดสอบที่สนามทดสอบกลางทะเลทรายของจีเอ็มในเมืองยูม่า รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับการทดสอบ ภายในห้องทดลองระบบอากาศของศูนย์วิศวกรรมทั่วโลก

การทดสอบการใช้งานจริงและในสภาพแวดล้อมของห้องทดลองนั้น ตัวรถจะถูกจอดรับความร้อนกลางแสงแดดอย่างเต็มที่ซึ่งเรียกว่า “โซลาร์ โหลด” (solar load) จากนั้นจึงทดสอบขับรถด้วยความเร็วคงที่เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบแอร์ในการทำความเย็นภายในห้องโดยสารจนถึงระดับอุณหภูมิ ที่ให้ความสะดวกสบายภายในเวลาไม่กี่นาที

ยิ่งจอดรถอยู่ใต้แสงแดดนานเท่าใด ภายในห้องโดยสารยิ่งมีความร้อนมากขึ้นเท่านั้น และจะร้อนกว่าอุณหภูมิภายนอกมาก หากสภาพอากาศทั่วไปอยู่ที่ 32 องศาเซลเซียส ในห้องโดยสารอาจพุ่งสูง ถึง 51 องศาเซลเซียส ภายในเวลา 30 นาที 56 องศาเซลเซียส ใน 60 นาที และ 59 องศาเซลเซียส ใน 90 นาที จึงไม่ควรปล่อยให้คนหรือสัตว์เลี้ยงนั่งอยู่ภายในรถที่ปิดกระจกทุกบานภายใต้อากาศร้อนโดยไม่เปิดแอร์

Chevrolet-Puts-Air-Con

ระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซนของแคปติวาช่วยให้การทำความเย็นในห้องโดยสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้ขับขี่นั่งคนเดียว เพราะจะสามารถลดการสูญเสียความเย็นในส่วนของผู้โดยสารลงได้ การใช้ระบบแอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นทำให้ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์นำไปสู่การประหยัดเชื้อเพลิงและลดก๊าซเรือนกระจก แคปติวา รุ่นใหม่ ยังคงมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ตั้งแต่ 5 – 7 ที่นั่ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า รถที่ใช้สีอ่อนทั้งภายในและภายนอก อุณหภูมิจะปรับลงได้เร็วกว่ารถที่มีสีเข้ม เพราะสีที่เข้มกว่า นั้นจะดูดซับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าสีอ่อน ดังนั้นรถที่มีสีอ่อนจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าประมาณ 5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับรถสีเข้ม หากนำไปรับแสงแดดในปริมาณเท่ากัน สำหรับแคปติวามีสีให้เลือกหลากหลายสไตล์ รวมทั้งสีอ่อน ไม่ว่าจะเป็นสีเงิน สวิทช์เบลด ซิลเวอร์ (Switchblade Silver) สีขาว อัลไพน์ ไวท์ (Alpine White) สีเทา รอยัล เกรย์ (Royal Gray) สีดำ แบล็ค แซฟไฟร์ (Black Sapphire) และสีน้ำตาล ออเบิร์น บราวน์ (Auburn Brown)

นอกจากนี้กระจกสียังช่วยลดความร้อนภายในตัวรถแคปติวาได้สูงถึงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าสามารถสอบถามอุปกรณ์เสริมนี้ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายเชฟโรเลต

นับตั้งแต่เปิดตัว แคปติวาซึ่งได้รับรางวัลมาแล้วมากมายถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักของเชฟโรเลต โดยมียอดจำหน่ายมากกว่า 35,000 คัน ในประเทศไทย และอีกหลายพันคันทั่วทั้งภูมิภาค การเปิดตัวแคปติวาใหม่ทำให้เชฟโรเลตมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำสมัยที่สุดในตลาดเวลานี้

“เชฟโรเลตดึงดูดลูกค้าที่ต้องการรถเอสยูวีที่มีรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่น ห้องโดยสารภายในที่หรูหรา และสมรรถนะอันน่าประทับใจ” มร. กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ที่เพิ่มเข้ามา แคปติวา รุ่นปี 2014 จะยิ่งตอบสนองการใช้งานของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม”